ปกป้องดวงตา ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ด้วย ลูทีน และ ซีแซนทีน

ปกป้องดวงตา  ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ด้วยลูทีนและซีแซนทีน

อาหารเสริมบำรุงดวงตา

เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน เชื่อว่าหลายๆ คนคงประสบปัญหาเหมือนๆ กันคือ เริ่มมองเห็นไม่ชัดเหมือนเก่า อย่างตัวผมเองเมื่อเข้าสู่วัยเลขสี่ รู้สึกตกใจมากเมื่อวันหนึ่งเราดูจอสมาร์ทโฟนแล้วเลื่อนออกไปให้ไกลขึ้น เพื่อให้มองได้ชัดขึ้น มีสติรู้ตัวขึ้นจึงอุทานกับตัวเองว่า ‘เราสายตายาวแล้วหรือนี่!’ ประกอบกับรู้สึกมองอะไรไม่ชัดเจนเหมือนเก่า เรามาดูกันครับว่า เราจะมีการบำรุงสายตาได้อย่างไรบ้าง


เมื่ออายุมากขึ้นเราจะมีการเสื่อมอันเนื่องมาจากความชรา (Aging) เกิดการทำลายจอประสาทตาโดยอนุมูลอิสระที่สะสม และมีการเสื่อมแข็งของเลนส์ตา ทำให้สายตาเราเสื่อมลง โดยมากการบำรุงสายตานั้น เราจะบำรุงไม่ให้เกิดการเสื่อมอย่างรวดเร็ว หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ ชะลอความเสื่อม หลักการง่ายๆ คือ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แสงแดดจ้าเป็นเวลานาน ใช้แว่นกันแดดหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช้สายตาหักโหมเกินไป เช่น อ่านหนังสือในที่สว่างไม่เพียงพอ นอนอ่านหนังสือ จ้องมองจอสมาร์ทโฟนในรถยนต์เป็นเวลานานๆ เหล่านี้เป็นต้น

ทุกวันนี้มีอาหารเสริมหรือวิตามินที่เน้นการบำรุงสายตามากมายในตลาดให้เลือกบริโภค โดยตัวที่เป็นพระเอกคงจะหนีไม่พ้นลูทีน (Lutein) โดยลูทีนเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์สีเหลือง ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการต่อต้านสารต้านอนุมูลอิสระ โมเลกุลของลูทีนพบปริมาณสูงในจุดของดวงตา โดยเฉพาะพื้นที่ของเรตินาที่เกี่ยวกับการรับภาพ ซึ่งจะช่วยในการดูดซับแสงสีน้ำเงินในแถบสีการมองเห็นและช่วยปกป้องการทำลายของคลื่นสั้นที่มีต่อเยื่อบุผิวเรตินา

จากการศึกษาพบว่า การได้รับลูทีน 2.0 – 6.9 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดด่างในดวงตาได้ สารลูทีนจะช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระในการป้องกันเยื่อแก้วตา (retina) ป้องกันประสาทตาเสื่อม เสริมสร้างการมองเห็นโดยช่วยป้องกันการเสื่อมของ Macular ที่จุดเล็กๆ ตรงกลางของที่รับแสงในตา (Retina) อันเป็นส่วนสำคัญของ Main pigment (สี) ในฉากรับแสงของตา ป้องกันไม่ให้แสงอาทิตย์ทำลายเรตินา ป้องกันโรคจุดรับภาพเสื่อม หรือจอประสาทตาเสื่อม AMD (Age – Related Macular Degeneration) ช่วยป้องกันและลดอาการของโรคต้อกระจก (Cataracts) ต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ทำลายเซลล์ตา ทำให้เซลล์แข็งแรง ช่วยชะลอความเสื่อมของตา และเพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นได้ดีในที่มืดได้ดีขึ้น

การรับประทานสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ในปริมาณที่สูงที่สุดจะมีอัตราเสี่ยงต่ำกว่าร้อยละ 43 สำหรับภาวะการเสื่อมของจอประสาทตาตามอายุอย่างเฉียบพลัน เมื่อเปรียบเทียบการรับประทานในปริมาณที่ต่ำที่สุดจากการศึกษากลุ่มตัวอย่างจำนวน 876 คนซึ่งมีอายุ ระหว่าง 55 - 80 ปี พบว่าการได้รับ ลูทีนและซีแซนทีน ในอัตราสูงจะช่วยลดความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อมอย่างเฉียบพลันได้ แหล่งอาหารตามธรรมชาติที่พบลูทีน จะพบมากในดอกดาวเรือง และโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) ดังจะเห็นได้จากโฆษณาสรรพคุณโกจิเบอรรี่ นอกจากนี้ยังพบในกะหล่ำ ผักโขม ถั่วลันเตา ผักกาดต้นอ่อนกะหล่ำดาว ถั่วพิสตาชิโอ บร็อกโคลี่ ข้าวโพด ไข่ และแครอท

การป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตาสามารถทำได้โดยการรับประทานอาหารที่มีลูทีน ซีแซนทีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับประทานอาหารเสริมแฟล็กซีดออยล์ ที่มีลูทีนและซีแซนทีนที่สกัดมาจากพืช ก็ช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตาเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

POSITIF FLAX SEED OIL