FAQs
เลือกดูคำถามที่พบบ่อยทั้งหมดที่นี่
ในครีมกันแดดจะมีส่วนผสมของสารที่สามารถปกป้องผิวรังสี UVA และ UVB ซึ่งรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้มีผลต่อผิวหนังโดยตรง โดยเฉพาะรังสี UVA มีผลทำให้เกิด กระ ฝ้า ผิวแก่ก่อนวัย ส่วนรังสี UVB มีผลทำให้เกิดผิวแดง แสบ ไหม้ ของผิวหนัง และรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้ยังทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอย ดังนั้นครีมกันแดดจึงมีความสำคัญในการปกป้องผิวจากรังสียูวี ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยและผิวหมองคล้ำ
ถึงแม้ว่าจะใช้ครีมบำรุงผิวหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมสารกันแดดอยู่แล้ว ก็ควรใช้ครีมกันแดดอยู่ดี เนื่องจากสารกันแดดที่ผสมในเครื่องสำอางอาจไม่สามารถกันได้ทั้งรังสี UVA, UVB และอาจมีค่า SPF ที่ไม่สามารถกันแดดได้อย่างเต็มที่ เพราะในแสงแดดนั้นมีทั้งรังสี UVA, UVB ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดทุกวันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ผิวแต่ละช่วงวัยจะต้องการการบำรุงที่แตกต่างกันออกไป เช่น
อายุ 15 - 18 ปี ควรเน้นการบำรุงเพื่อความชุ่มชื้น
อายุ 19 - 25 ปี ควรเน้นบำรุงเพื่อความชุ่มชื้นและกระจ่างใส
อายุ 25 - 27 ปี ควรเน้นการบำรุงความชุ่มชื่น กระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ลดรูขุมขน
อายุ 28 - 29 ปี ควรเน้นบำรุงความชุ่มชื้น กระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ลดรูขุมขนที่กว้างขึ้น
อายุ 30 ขึ้นไป จะเริ่มมีปัญหาริ้วรอย เน้นลดเลือนริ้วรอยและผิวเรียบเนียน
     อย่างไรก็ตามไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวว่าอายุเท่าไหร่จึงควรเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันริ้วรอย ข้อมูลข้างต้นเป็นแค่การประมาณการณ์ แต่ควรดูแลผิวหน้าให้ดีที่สุด เน้นการป้องกัน และบำรุงรักษาให้สภาพผิวดีอยู่เสมอ จะทำให้หลีกเลี่ยงริ้วรอยที่จะมาเยือนได้ดีที่สุด และหมั่นสังเกตผิวตัวเอง เมื่อเริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่มมาเยือน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้
ในปัจจุบันพบว่า CoQ10 มีประโยชน์อย่างมากทั้งในเรื่องของการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และช่วยในการป้องกันและรักษาโรคต่างๆ มากมาย ในด้านความงามนั้น CoQ10 เปรียบเสมือนแหล่งผลิตพลังงานให้กับเซลล์ผิวหนัง หากเซลล์ผิวหนังได้รับพลังงานไม่เพียงพอก็ทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติ ผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร รวมทั้งมีงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลของ CoQ10 พบว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยได้
ควรรับประทานตามช่วงเวลาที่แนะนำบนฉลาก เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับดักจับแป้งต้องรับประทานก่อนอาหาร 30 - 45 นาทีเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารละลายและถูกดูดซึมเข้าระบบทางเดินอาหารก่อนที่จะรับประทานอาหาร ผลิตภัณฑ์จำพวกคอลลาเจนควรรับประทานก่อนอาหารหรือพร้อมอาหารเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีที่สุด หากรับประทานหลังอาหารสมองอาจสั่งการให้ไม่ดูดซึมคอลลาเจนเนื่องจากเราได้รับโปรตีนพอแล้ว
     ควรรับประทานผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายให้เพียงพอจะทำให้ร่างกายสามารถนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ทานเข้าไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
วิตามินซีมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนัง และยังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ไม่ว่าจะสกัดอยู่ในรูปแบบของอาหารเสริมหรือเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงต่างๆ ล้วนแต่มีประโยชน์กับผิวพรรณทั้งสิ้น ดังนั้นวิตามินซีจึงช่วยในการลดริ้วรอยก่อนวัย จุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในระบบภูมิคุ้มกันของร่ายกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วิตามินซีนั้นนอกจากจะมีคุณสมบัติในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติคือช่วยให้การดูดซึมคอลลาเจนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากทานแค่คอลลาเจนเพียงอย่างเดียว ร่างกายจะสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้เพียง 50 – 70% เท่านั้น แต่ถ้าทานคอลลาเจนควบคู่กับวิตามินซีแล้วจะทำให้ร่างกายเราสามารถดูดซึมคอลลาเจนไปใช้ได้เกือบ 100% เลยทีเดียว
วิตามินซีจากอะเซโรล่า เชอร์รี่ ถือเป็นวิตามินซีที่ได้จากธรรมชาติ ข้อดีของวิตามินซีจากธรรมชาติคือ ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ไม่ตกค้าง ไม่เป็นอันตรายต่อไตและสารเคลือบฟัน รวมทั้งมีส่วนประกอบของไบโอฟลาโวนอยด์ทำให้วิตามินซีแตกตัว และร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
     โดยวิตามินซีจากแหล่งธรรมชาติที่ดีที่สุด คือ วิตามินซีที่สกัดจากผลของอะเซโรล่า เชอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ขจัดโมเลกุลที่ถูกทำลาย มีส่วนช่วยป้องกันการเสื่อมตัวของเซลล์ ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่จำเป็นสำหรับเนื้อเยื้อผิวหนังและข้อต่อกระดูก รวมทั้งบำรุงผิวพรรณให้เรียบเนียน สดใสเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
1. มีการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องให้ความใส่ใจ ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าสู่ร่างกายควรได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก อย.
2. ผลิตจากแหล่งที่มีมาตรฐานน่าเชื่อถือ
3. ผลิตจากวัตถุดิบที่สามารถดูดซึมได้ง่าย ซึ่งคอลลาเจนชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายที่สุดคือ คอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเล ที่สำคัญควรเลือกคอลลาเจนแบบที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก เพราะร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น
4. ส่วนประกอบอื่นๆ ในผลิตภัณฑ์ที่ใส่เพิ่ม ช่วยการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย และให้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น อย่างเช่น วิตามินซี เป็นต้น
ไฮยาลูรอนิค แอซิด เป็นสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย และร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง โดยทั่วไปมักพบที่จุดเชื่อมต่อ เช่น ข้อต่อ ข้อเข่า เนื้อเยื่อ เซลล์ผิวหนัง โดยมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี และเพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิวหนัง เพราะไฮยาลูรอนิค แอซิดมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดีมาก อย่างไรก็ตามเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตไฮยาลูรอนิค แอซิด ได้น้อยลงเช่นกัน
     ในแง่ของประโยชน์ต่อผิวนั้น ไฮยาลูรอนิค แอซิด จะช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิว ผิวจะมีความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น เรียบตึง กระชับขึ้น
ก่อนที่เราจะตัดสินใจเลือกซื้อแชมพูยี่ห้อใดก็ตาม ควรจะต้องทราบเสียก่อนว่า “แชมพู” ที่เราเรียกกันจนติดปากนั้นคืออะไร? และบำรุงเส้นผมเราได้อย่างไร? จุดประสงค์หลักๆ ของแชมพู คือการทำความสะอาดเส้นผมได้อย่างอ่อนโยนที่สุด เพราะเส้นผมของเราเผชิญทั้งฝุ่น ควัน มลภาวะ สิ่งสกปรกต่างๆ ทั้งหลายมาตลอดวัน โดยแชมพูที่ดีควรมีคุณสมบัติ ดังนี้ค่ะ
  - อ่อนโยน ไม่ทำร้ายหนังศีรษะของเราจนเกินไป เพราะถ้าหากใช้แชมพูที่รุนแรงเกินไป จะทำให้หนังศีรษะพองตัว รูขุมขนเปิดกว้าง เป็นอันตรายต่อผิวหนัง และยังทำให้เส้นผมแตกปลายอีกด้วยค่ะ
  - เลือกแชมพูที่มีค่า pH เป็นกลาง ไม่มีความเป็นกรดหรือด่างจนเกินไป เพราะจะได้รักษาความสมดุลของความชุ่มชื่นของเส้นผมด้วย
  - อย่าลืมบำรุงผมด้วยคอนดิชันเนอร์ และแฮร์เซรั่ม เพื่อเป็นการเคลือบปิดเกล็ดเส้นผม
  - หากใครอยากจะประหยัดเวลาก็สามารถใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของคอนดิชันเนอร์ได้เลยก็สะดวกไม่น้อยนะคะ
สามารถใช้ได้ค่ะ แต่หากมีอาการระคายเคืองแนะนำให้หยุดใช้และปรึกษาแพทย์จะดีที่สุดค่ะ
ลองทาครีมบริเวณท้องแขนหรือข้อพับ เพราะเป็นผิวที่ใกล้เคียงกับผิวหน้าโดยให้ทาครีมเป็นวง ทิ้งไว้ 2-3 ชม. หรือ 1 วัน แล้วสังเกตุบิเวณที่ทาครีมมีอาการแสบ คัน มีผื่นแดง หรือเป็นตุ่มนูนแดงหรือไม่ ถ้าไม่ก็แสดงว่าครีมที่นำมาทดสอบมีความปลอดภัยต่อหน้าเราในระดับหนึ่งค่ะ
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ POSITIF เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีสารอันตรายใดๆ การเห็นผลจึงขึ้นอยู่กับสภาพผิวของผู้ใช้ค่ะ โดยพื้นฐาณระยะเวลาประมาน 2-3 สัปดาห์ ก็เผยให้เห็นผลลัพธ์ค่ะ ผิวจะปรับสภาพและคืนความสมดุล ยืดหยุ่น ชุ่มชื้น กระจ่างใส มีสุขภาพดีขึ้นจนสัมผัสได้ค่ะ
สามารถใช้ได้ค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ POSITIF ผลิตจากธรรมชาติ โดยผ่านขั้นตอนการผลิตกับสถาบันวิจัยและพัฒนาชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น เหมาะสมทุกสภาพผิว และทุกปัญหาผิวหน้าที่ต้องการดูแล ไร้สารอันตราย อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย ผิวบอบบาง ได้การรับรองมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น